SEO คืออะไร

SEO คืออะไร คำๆนี้ผู้ที่เริ่มทำเว็บไซต์ หรือเป็นนักท่องเว็บไซต์ ก็อาจจะผ่านต่คำเหล่านี้มาบ้าง ถ้าไปอ่านตรงๆตัวแบบภาษาคาราโอเกะแบบบ้านเรา มันก็จะอ่านออกเป็น เสียว = SEO หลายๆคนก็เลยเอาไปพูดเล่นติดปากว่าเป็นการทำเสียว แต่จริงๆแล้ว SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization ซึ่ง เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) ก็มีอยู่หลายๆเจ้าที่ให้เข้าไปค้นหากัน ยักษ์ใหญ่เลยก็ Google ที่เราๆรู้จักกันนั้นเอง รองลงมาก็คือ Yahoo และ Bing จริงๆแล้ว Search Engine ก็ยังมีอีกหลายเจ้า เช่น AltaVista, Ask, MSN Search, Baidu, Yandex, AOL Search, Blekko, Cuil และในบ้านเรา ถ้าสังเกตกัน Sanook.com ก็มีเสิร์ชเอนจินกับเขาด้วย

search_engines

อัตราการใช้ search engines ของแต่ละเจ้า

Search Engine คืออะไร สั้นๆเลยก็คือผลการค้นหาเว็บไซต์หรือเว็บเพจ ผ่านเครื่องมือการค้นหาต่างๆของผู้ให้บริการนั้นๆ คล้ายๆความหมายของ SEO คืออะไร นั้นแหละ

seo คืออะไร

จากรูปนี้ก็คือเสิร์ชเอนจินจาก Google ซึ่งแสดงผลการค้นหาของคำว่า “Google” ว่ามีเว็บไซต์ไหนบ้างที่มีเนื้อหา คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับคำว่า Google ก็จะแสดงผลออกมา 10อันดับใน 1หน้า ซึ่งจำนวนหน้าจะเยอะขึ้นมากๆ ถ้ามีเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคำว่า Google ซึ่งถ้าสังเกตจะเห็น ผลการค้นหา 14,880,000,000 เยอะมากๆ แต่ส่วนผลการค้นหานี้ไม่ได้ระบุว่ามันยากหรือง่าย มันแค่ระบุถึงจำนวนหน้าที่เกี่ยวข้องว่าเยอะแค่ไหน บางครั้งหน้าเยอะๆ แค่ทำอันดับง่ายก็เยอะแยะไป

สรุปกว้างๆให้เข้าใจว่า SEO คือ การทำอันดับบน Search Engine ด้วยกระบวนการ และขั้นตอนต่างๆให้เว็บไซต์หรือเว็บเพจไปทำอันดับบนหน้าค้นหาของ Search Engine ต่างๆ เช่นไปทำอันดับบนหน้าแรกของ Google และให้นักท่องอินเตอร์เน็ตที่ต้องการหาข้อมูล โดยค้นจากคีย์เวิร์ด ค้นมาเจอเว็บไซต์หรือเว็บเพจที่เราสร้างไว้ที่มีเนื้อหาตรงกับที่ผู้คนต้อง การค้นหา เช่น ถ้าเราทำธุรกิจเกี่ยวกับขายอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีคนค้นมาเจอเว็บไซต์ของเรา คนค้นหาได้ของที่ต้องการ เจ้าของเว็บไซต์ได้ขายของที่อยากขาย win win ทั้งคู่ และยุคนี้แล้ว ผู้คนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตกันมากขึ้น ถ้าเราไม่ทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของเรา หรือไม่โปรโมทเว็บไซต์ของเราให้เป็นที่รู้จัก มันก็ยากที่จะมีคนมาเจอเว็บหรือเพจของเรา เปรียบเสมือนร้านค้าที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ถ้าเป็นที่รู้จัก โปรโมทมาอย่างดี ผู้คนก็จะแห่เข้ามาซื้อที่ร้าน ไม่ว่าจะมาจากที่ไกลแค่ไหนก็ตาม ถ้าเขาต้องการของที่เรามี เขาก็จะมาหา….

URL : http://vza.in.th/seo-คืออะไร

Posted in SEO NEWS | Tagged | Leave a comment

เคล็ดลับง่ายๆในการใช้ Google+ เพื่องาน SEO

หลายๆคนคงรู้ว่า เมื่อคราวที่ทีมวิศวกรของ Google สร้าง Google+ ออกมา พวกเค้าได้พยายามทำให้มันมีศักยภาพด้าน SEO ที่สุดยอดมากๆ และมากพอที่จะเบียดเอาชนะ social platform อื่นๆ เช่น Facebook ได้สบายๆ ถึงแม้ว่า Facebook และ Twitter นั้นจะจำเป็นสำหรับการทำการตลาด แต่ทั้งสองเว็บนั้นยังไม่เปิดโอกาสให้ Google ไปเก็บข้อมูลได้มากพอ ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นการจำกัดประสิทธิภาพด้าน SEO, แต่สำหรับ Google+ มันไม่เป็นเช่นนั้นครับ

Google-100

ทีนี้เรามาดูการทดลองกันเลยครับ , ผมได้ลองทำการ search google ด้วยชื่อของผมเองแล้วดูว่าใน 100 ผลการค้นหาแรกนั้นมีเว็บอะไรบ้าง ผลออกมาเป็นดังนี้ครับ

ถึงแม้ว่าผมจะใช้งานเจ้า Twitter และ Facebook บ่อยกว่า Google+ แต่จากผลการค้นหาจะพบว่า Google+ นำโด่งมาแต่ไกลเลยครับ ถึงขนาดชนะเว็บสุดยอด SEO อย่าง SEOmoz และ blog ของผมเอง ลองคูณเข้าไปดูครับว่าคนบนโลกนี้มีกี่ล้านคนแล้วคุณก็อาจจะเริ่มเข้าใจถึง ลักษณะการทำงานของระบบของ Google ครับ

โชคดีครับ ที่มันมีหลายวิธีมากๆในการใช้ประโยชน์จากหลักการ SEO เหล่านี้ มาลองดูกันเลยครับ

1.  ใช้งาน Follow link ใน profile ของคุณ
มาลองพิจารณากันครับ ที่ SEOmoz คุณจะต้องมี 200 Mozpoints ถึงจะทำให้ profile link ของคุณเป็นแบบ follow (การได้ points ทำได้โดยการแสดงความคิดเห็นดีๆครับ) แต่ถ้าเป็น Google+, คุณสามารถทำได้มากกว่าแค่ลิงค์ไปยัง profile อื่นแต่คุณยังสามารถจะฝังลิงค์ที่เป็น follow ได้โดยตรงในส่วนของประวัติของคุณเองโดยใส่ anchor text อะไรก็ได้ตามต้องการ

followed-profile-links

ในทางทฤษฎีแล้ว ค่าของลิงค์จาก Google+ นั้นก็เหมือนกับเว็บอื่น มันขึ้นอยู่กับค่า authority ของทั้งหน้าเว็บและโดเมนนั้น ซึ่ง profile ของผมมีค่าต่างๆดังนี้ครับ

  • MozRank: 1.91
  • PageAuthority: 49
  • PageRank: 3

ถ้าคุณสามารถทำให้คนอื่นเห็น profile คุณมากขึ้น โดยการที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น , แชร์โพสต์ของคุณ หรือลิงค์มายังหน้า profile ของคุณโดยตรง นั่นจะทำให้ link ใน profile ของคุณมีค่ามากขึ้นตามมา

2.  ใช้งาน post links

เช่นเดียวกับ profile links ครับ, คุณสามารถใส่ follow link ได้โดยตรงในโพสต์ของคุณ มากเท่าที่คุณต้องการ
ง่ายๆครับแค่ใส่ URL เต็มๆลงไปแล้ว Google ก็จะตัดเป็นลิงค์ให้เองเลย

โดยที่ค่าของลิงค์เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อโพสต์เหล่านี้ถูกแชร์ , ลิงค์ หรือกด +1

สำหรับตัวอย่าง เราลองมาดูการโพสต์แค่ประโยคเดียวของ Alexia Tsotsis  ซึ่งมี PageRank 3 และถูกจัดเก็บข้อมูลโดย Google ทุกๆ 2-3 สัปดาห์ (ถึงแม้ว่า PageRank จะไม่ได้สอดคล้องกับเรื่องของอันดับโดยตรง แต่ก็ถือว่าเป็นหน่วยวัดที่สำคัญที่สุดตัวเดียวของ Google แล้วในตอนนี้)

follow-post

ถ้าโพสต์ของคุณถูกส่งต่อจำนวนมหาศาลหรือถูกแชร์ต่อโดย profile ที่มีค่า authority สูง ก็จะทำให้ค่าของ links เหล่านี้สูงขึ้น

3. ตั้งค่า title tag ของ google+ ของคุณ

ประโยคแรกของโพสต์ใน Google+ ของคุณจะกลายมาเป็น title tag ซึ่งส่งผลต่อเรื่องของอันดับอย่างมากและยังมีอิทธิพลต่อค่า CTR (click-through rates) อีกด้วย ดังนั้นคุณจะต้องเลือก keyword อย่างระมัดระวังและพิจารณาด้วยว่าประโยคแรกสุดนั้นจะเป็นสิ่งแรกที่คนส่วน ใหญ่จะสังเกตเห็น

มาดูกันครับว่าแค่โพสต์ง่ายๆของ Danny Sullivan ก็ติดอันดับได้อย่างไม่ยาก

https://www.google.com/search?q=Look+out+Tumblr%2C+here+comes+Pinterest.&pws=0&gl=us

danny

สำหรับโพสต์ที่มี title ดีๆและถูกแชร์เป็นวงกว้างนั้นจะมีโอกาสที่ดีในการติดอันดับตาม keyword ที่ต้องการ

4. คุณสามารถแก้ไขได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

edit

Google+ นั้นเหมือนกับเป็น blog ส่วนตัวขนาดย่อมๆเลยทีเดียว ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะสามารถแก้ไขโพสต์ใดๆของคุณได้ในทุกเวลา ซึ่งไม่เหมือนกับ Facebook หรือ Twitter โดย Facebook นั้นคุณสามารถแก้ไขได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วน Twitter หากคุณได้ทำการ tweet ไปแล้ว คุณทำได้มากสุดคือลบทิ้งเท่านั้น

มันสำคัญนะครับถ้าหากว่าโพสต์ใน Google+ ของคุณถูกส่งต่อเรื่อยๆแล้วคุณต้องการทำการอัพเดทหรือเปลี่ยนแปลงอะไร บางอย่าง และถ้าต้องการคุณก็สามารถแก้ไขในส่วนของ title tag และ media ที่แนบมาด้วยได้อีกต่างหากครับ

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่เจ้าของ platform เองเหมือนกับการทำเว็บไซต์ส่วนตัว, แต่ Google+ ก็ให้สิทธิ์ในการควบคุมเนื้อหาของคุณเองเต็มที่แล้วครับ

5. เนื้อหาถูก Index เร็วราวกับสายฟ้า

ถ้าคุณทำการแชร์เนื้อหาใหม่ๆบน Google+, มีโอกาสสูงมากที่ Google จะทำการ index หน้านั้นอย่างรวดเร็ว

มีข่าวลือว่า URL ใหม่ๆใน Google+ นั้นแทบจะถูก index เลยในทันที ซึ่งนั่นก็เป็นการยืนยันกับการที่จะใช้ Google+ แทนที่ส่วนของ Twitter ในการนำระบบ Google’s Realtime Search มาใช้งานจริง

ในสมัยก่อนนั้น หากคุณต้องการให้เว็บไซต์ถูก index คุณจะต้องทำการ submit เว็บของคุณใน form ของ google แล้วรอหลายอาทิตย์ แต่ปัจจุบันแค่กดปุ่ม +1 ใน Google+  ก็เป็นอันเสร็จพิธี

“Google+ คือระบบการ Submit URL ของ Google ดีๆนี่เอง”
– Rand Fishkin, GROW 2012

ดังนั้นอย่าลังเลที่จะทำการแชร์เนื้อหาใหม่ๆลงบน Google+ รวมไปถึง social networks อื่นๆ เพื่อการ index ที่รวดเร็ว

6. ติดต่อกับผู้ทรงอิทธิพล

คุณสามารถเชื่อมต่อกับผู้ทรงอิทธิพลในวงการของคุณได้ผ่านทาง 1 ใน 17 วิธีในการทำให้เกิดการแจ้งเตือน (notification) บน Google+ ของพวกเขา

ซึ่งนั่นก็ขึ้นกับการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ของแต่ละคน ซึ่งการแจ้งเตือนเหล่านี้สามารถอยู่ทั้งในรูปของ E-mail, SMS หรือบนแถบ Google notification bar ที่เราเห็นกันเป็นสีแดงๆ นั่นเอง

googleplus-notifications

มีอยู่ 17 การกระทำที่จะทำให้เกิด notifications ได้แก่

  1. กล่าวถึงพวกเขาใน post นั้น
  2. แชร์โพสต์ไปหาโดยตรง
  3. แชร์โพสต์และคุณอยู่ใน circle ที่เขาทำการ subscribe
  4. แสดงความคิดเห็นใน post ของเขา
  5. แสดงความคิดเห็นหลังจากที่เขาในแสดงความคิดเห็นไปก่อนแล้ว
  6. เพิ่มเขาใน Circle
  7. แนะนำสมาชิกใหม่ให้กับ Circle ของเขา
  8. Tag เขาในรูป
  9. Tag รูปใดๆของเขา
  10. แนะนำรูปประจำ profile ให้
  11. แสดงความคิดเห็นในรูปเดียวกัน
  12. แสดงความคิดเห็นในรูปที่เขาโดน Tagged
  13. แสดงความคิดเห็นในรูปที่เขา Tagged
  14. เริ่มต้นการสนทนากัน
  15. ส่งคำเชิญเข้า event หรือมีการอัพเดท event
  16. แจ้งเตือนเขาเกี่ยวกับ event
  17. การกระทำใดๆเกี่ยวกับ events ที่เขาสร้างขึ้น

ตอนนี้มีหลายๆคนพยายามจะทำให้ผมรู้จักเขาบน Google+ โดยใช้วิธีเหล่านี้อย่างสุภาพอยู่ครับ
แต่ต้องระวังด้วยครับ ถ้าคุณก้าวข้ามเส้นของการเป็น spammer แล้วล่ะก็คุณก็จะถูกแบนไปตลอดกาลได้เหมือนกัน

7. ปรับแต่งรูปของคุณเพื่อ traffic ที่มากขึ้น

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว ผมได้ทำการทดสอบอยู่หลายอย่างเกี่ยวกับรูป Google+ ของผม เพื่อดูว่าจะทำอย่างไรให้มีคนคลิกเข้ามาดูเว็บของผมมากขึ้น

Screen-Shot-2012-08-13-at-10_05_57-PM

ถ้าคุณสามารถใช้งาน author tag ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีรูปที่ดึงดูดสายตา มันไม่สำคัญว่าคุณจะอยู่อันดับ  2 , 3 หรือกระทั่งอันดับ 4 ในผลการค้นหา ถ้าคุณมีรูปที่ดึงดูดมากๆ บ่อยครั้งที่คุณจะสามารถเรียก traffic ได้ฟรีๆจากคู่แข่งที่อันดับเหนือกว่าคุณได้อย่างไม่ยากเย็น

8. ทดลองใช้ G+ social media dashboard
Google Analytics ได้พัฒนาไปมากเกี่ยวกับการรายงานผลในเชิง social media แต่ถ้าคุณจำเป็นที่จะต้องพึ่ง social traffic แล้วล่ะก็ คุณจะต้องให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้ก่อนเลยล่ะครับ

Adam Singer ได้สร้าง social media dashboard ซึ่งคุณสามารถใช้มันได้อย่างฟรีๆ คุณสามารถดูข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับ Traffic จาก Google+ และ social network อื่นๆได้ในชั่วพริบตา

  • ดูการกระทำบนโลก Social เช่น Google+1
  • ดูค่ารายได้ต่อผู้เยี่ยมชม บน  Social Network
  • สถิติผู้เข้าชมโดยรวมจากแหล่ง Social ต่างๆ

คุณสามารถลง dashboard นี้ลงบนบัญชี Google Analytics ของคุณได้ฟรีๆ โดยการคลิกที่ลิงค์นี้ครับ
clicking here

Social-media

9. เช็คอันดับ CircleRank ของคุณ

เครื่องมือโปรดตัวใหม่ของผมคือเจ้า Circle Count ซึ่งสามารถลองใช้ที่นี่เลยครับ http://www.circlecount.com
โดยคุณแค่ นำลิงค์ URL Google+ ของคุณมาวางไว้ คุณก็จะสามารถดูการอัตราการเติบโตของผู้ที่ทำการ follow คุณ,
การส่งต่อโพสต์ของคุณ และกระทั่งค่า CircleRank ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับ Google+ Profile อื่นๆทั้งหมดครับ

circlerank

ดูตัวอย่าง CircleRanks ของผู้มีชื่อเสียงกันครับ

โดยตอนนี้ Britney spears นักร้องดังระดับโลกยังเป็นผู้นำอยู่ครับผม

10. มาเป็นผู้ใช้ในยุคบุกเบิกกัน
ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงที่มีการเติบโตอย่างมากสำหรับ Google+, แต่มีแค่ 1 ใน 4 เท่านั้นที่ใช้ Google+ เดือนละครั้ง ส่วนที่เหลือนั้นใช้งานน้อยกว่านี้อีกเสียด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆก็ตาม

เคล็ดลับเหล่านี้คงไม่มีประโยชน์อะไรหากคุณไม่ได้ใช้งาน Google+ จริงๆ, ในประมาณ 400 คนใน Circle ของผมใน Google+ มีเพียงแค่ประมาณ 75 คนเท่านั้นที่มีการใช้งานจริงๆจังๆ ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไรที่พวกเขาเหล่านั้นล้วนแต่เป็นเทพในวงการ SEO กันทั้งนั้นเลยครับ

จะว่าไปแล้วตอนนี้ก็ยังพอมีเวลาอยู่ครับ ผู้ที่เริ่มต้นก่อนย่อมจะได้เปรียบอยู่เสมอๆครับ

คุณสามารถใช้งาน Google+ แค่ 10 นาทีต่อวัน โดยใช้วิธีการง่ายๆที่จะทำให้งานของคุณสะดวกขึ้น

  • กดปุ่ม +1 เพื่อเผยแพร่การแสดงความคิดเห็นที่มีประโยชน์
  • แสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่มีประโยชน์
  • เพิ่มปุ่ม +1 ให้กับเนื้อหาของคุณ
  • มีปฏิสัมพันธ์ / แสดงความคิดเห็น / ร่วมแชร์ / ทำการ Hang Out / สร้าง Event ต่างๆ
  • ทำการ Circle บุคคลที่สำคัญๆ
  • ทำยังไงก็ได้ ให้คนสามารถ Circle คุณได้ง่ายขึ้น

ขอบคุณสำหรับเนื้อหาจาก : http://www.seomoz.org/blog/tips-to-use-google-for-seo สามารถตามไปอ่านที่ต้นฉบับได้ครับ

เห็นประโยชน์ของ Google+ กันแล้วนะครับ กด + ที่แฟนเพจด้านล่างกันได้เลย ^^

 

และตามไป follow ที่ ของผมกันเยอะๆนะครับ ^^

Posted in SEO NEWS | Tagged , | Leave a comment